Posted on

ตุ๊กตาไม้ฉำฉา งานแกะมือ HANDMADE Stuffed animals Raintree wood Craving

ตุ๊กตาไม้ฉำฉา งานแกะมือ ตุ๊กตาสัตว์งานไม้แกะสลัก

HANDMADE Stuffed animals Raintree wood Craving

Made from Raintree wood ?(Monkeypod, Monkey Pod) >> Hand craving

จำหน่ายปลีก – ส่ง ,รับผลิตตามสั่ง / Wholesale and Made to order

Posted on

Raintree : Samanca Samam

Raintree : Samanca Saman (Jacq) Merr.

Common Name(s): Monkeypod, Monkey Pod, Raintree

Scientific Name: Samanea saman (syn. Albizia saman,?Pithecellobium saman)

Distribution: Central and South America (Also planted/naturalized in many tropical regions of the world)

Tree Size: 100-125 ft (30-38 m) tall, 3-4 ft (1-1.2 m) trunk diameter

Average Dried Weight: 38 lbs/ft3 (600 kg/m3)

Specific Gravity (Basic, 12% MC): .48, .60

Janka Hardness:?900 lbf (4,010 N)

Modulus of Rupture:?9,530 lbf/in2 (65.7 MPa)

Elastic Modulus: 1,149,000 lbf/in2 (7.92 GPa)

Crushing Strength: 5,790 lbf/in2 (39.9 MPa)

Shrinkage: Radial: 2.0%, Tangential: 3.4%, Volumetric: 6.0%, T/R Ratio: 1.7

Color/Appearance: Color tends to be a golden to dark brown, sometimes with darker streaks. Sapwood is usually thin and yellow/white, clearly demarcated from the heartwood. Monkeypod is sometimes seen with highly figured curly or wild grain patterns.

Grain/Texture: Grain is usually straight, but can also be interlocked or wavy. Texture is medium to coarse, with medium to large open pores and a moderate natural luster.

Endgrain: Diffuse-porous; large pores in no specific arrangement; solitary and radial multiples of 2-3; heartwood deposits occasionally present; growth rings indistinct or distinct due to marginal parenchyma; rays usually not visible without lens; parenchyma banded, paratracheal parenchyma vasicentric, aliform (lozenge), and confluent.

Rot Resistance: Rated as durable to very durable regarding decay resistance, Monkeypod is also resistant to most insect attacks.

Workability: Monkeypod is generally easy to work with both hand and machine tools, though any interlocked grain may result in fuzzy or torn grain during planing operations. Glues and finishes well.

Odor: No characteristic odor.

Allergies/Toxicity: Although severe reactions are quite uncommon, Monkeypod wood dust has been reported as an eye irritant. See the articles Wood Allergies and Toxicity and Wood Dust Safety for more information.

Pricing/Availability:?Available as lumber, as well as craft wood in smaller sizes. Prices are in the mid to high range for imported wood. Monkeypod usually trends a little bit cheaper in price than Koa, all other things being equal. Boards with figured grain patterns are much more expensive.

Sustainability: This wood species is not listed in the CITES Appendices or on the IUCN Red List of Threatened Species.

Common Uses: Veneer, plywood, millwork/trim, carving, cabinetry, furniture, musical instruments (guitars and ukulele), and other small specialty wood items.

Comments:?So named?for the spiral-shaped fruit pods which the tree bears. Outside of Hawaii, one of the most common names for the species is Raintree, which is due to the leaves? tendency?to fold up at night or during periods of rainfall, allowing rain to pass through its broad canopy to the vegetation below. Trees are commonly planted in tropical regions as an ornamental shrub or shade tree.

Monkeypod is called by many different names in many different cultures, and its lumber is likewise used for a number of different purposes depending on the locale, ranging from utility wood and construction purposes to fine furniture.

Posted on

การใช้ประโยชน์จากต้นจามจุรี หรือต้นฉำฉา ( Rain tree )

ประโยชน์จามจุรี

1. เนื้อไม้?: ใช้นำมาแปรรูปเป็นไม้ก่อสร้างบ้าน ไม้ปูพื้น ไม้ฝ้า ไม้ผนัง คาน ขอบหน้าต่าง หน้าต่าง บานประตู และที่สำคัญนิยมใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้หลายชนิด เนื่องจากมีลายไม้ที่สวยงามและเนื้อไม้แข็งแรง เช่น ทำโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า เป็นต้น รวมถึงงานแกะสลักประเภทต่างๆ เนื่องจากมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ เมื่อขัดจะขึ้นเงามันงาม

เนื้อไม้จามจุรีวงนอกจะมีสีขาวเหลือง ด้านในที่เป็นแก่นมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำเป็นลายด่างสวยงาม เนื้อไม้มีค่าความแข็งประมาณ 135 กิโลกรัม มีค่าโมดูลัสแห่งการแตกร้าวประมาณ 616 กก./ตร.ซม. น้อยกว่าไม้กะบากที่มีค่า 650 กก./ตร.ซม. และเนื้อไม้จามจุรีมีค่าความเหนียวเพียง 1.82 กก.-เมตร น้อยกว่าไม้กะบากที่มีค่า 3.57 กก.-เมตร

2. ต้นจามจุรีมีทรงพุ่มกว้าง ใบดกให้ร่มเงาได้ดีมาก จึงนิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงาตามหัวไร่ปลายนา ข้างถนนสำหรับคนเดินทาง สถานที่ราชการสำหรับประชาชน รวมถึงปลูกเป็นไม้ประดับด้วยการตัดแต่งไม่ให้มีลำต้นสูงและแตกกิ่งยาวมากนัก นอกจากนั้นยังใช้เป็นที่เกาะของเฟิร์นและกล้วยไม้ได้ด้วย

3. กิ่งอ่อนของต้นจามจุรีมีเยื่อเปลือกอ่อนที่เป็นอาหารของครั่ง จึงนิยมปลูกสำหรับปล่อยเลี้ยงครั่งซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีราคาสูง เป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก ต้นจามจุรีที่นิยมใช้เลี้ยงครั่งจะเป็นชนิดดอกสีชมพู เปลือกสีดำ มีใบเขียวเข้ม ชนิดนี้ครั่งจะจับได้ดีและครั่งมีคุณภาพดี เมื่อเก็บครั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จะให้คุณภาพในชั้น A และ B เป็นส่วนใหญ่ ผลิตครั้งได้ 5-10 กิโลกรัม/ต้น ที่อายุต้นประมาณ 6 ปี หากต้นมีตั้งแต่ 10 ปี อาจได้มากกว่า 20-50 กิโลกรัม/ต้น ส่วนชนิดอื่นก็สามารถใช้เลี้ยงได้เช่นกัน แต่อาจมีผลผลิตที่ต่ำกว่าเล็กน้อย

4. เนื่องจากต้นจามจุรีเป็นพืชในตะกูลถั่ว ใบมีสารอาหารหลายชนิดจึงนิยมนำมาเป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว ควาย สุกร แพะ แกะ เป็นต้น นอกจากนั้นยังใช้ร่วมกับฝักแก่สำหรับเป็นอาหารสัตว์ เนื่องจากฝักมีรสหวานเป็นที่ชอบของสัตว์บางชนิด เช่น โค กระบือ

5. ฝักแก่ สามารถนำมาหมักเป็นเหล้าหรือผลิตแอลกอฮอร์ได้ โดยฝักแก่ที่มีขนาดใหญ่ 100 กิโลกรัม สามารถผลิตแอลกอฮอล์ได้มากกว่า 11 ลิตร

6. ฝักแก่ นำเอาเมล็ดและเปลือกออก เหลือเฉพาะเนื้อฝักใช้รับประทานเป็นอาหารให้รสหอมหวานมาก รวมถึงนำมาต้มหรือชงเป็นชาดื่มก็ได้

คุณค่าทางอาหารของฝัก และเมล็ดแก่
วัตถุแห้ง ? ? ฝักไม่มีเมล็ด 81.51% ?? เมล็ด 86.50%

เถ้า ??? ฝักไม่มีเมล็ด 4.01% ?? เมล็ด 4.30%

เส้นใย ?? ฝักไม่มีเมล็ด 9.43% ?? เมล็ด 14.00%

โปรตีน ?? ฝักไม่มีเมล็ด 9.64% ?? เมล็ด 31.6%

7. มีการศึกษาพบสารพิธทิโคโลไบ ในกลุ่มของสารอัลคาลอยด์ พบมากในเปลือก แก่น ใบเปลือกฝัก และเมล็ด เมื่อนำมาสกัดจะได้ฤทธิ์ทำลาย และกดปลายประสาท ใช้ทำยาสลบ

8. ใบที่ร่วงจากต้นจามจุรี หากกวาดกองรวมกันจะได้จำนวนมาก นำมาใช้ประโยชน์ทำเป็นปุ๋ยหมักหรือนำไปโรยใต้ต้นไม้ โรยตามไร่ นา ช่วยเป็นปุ๋ยแก่พืชได้

9. ลำต้น และกิ่ง ใช้ทำฟืนให้พลังงานสำหรับหุงหาอาหารในครัวเรือน

สรรพคุณจามจุรี
1. ราก นำมาต้มดื่ม รักษาอาการท้องร่วง นำมาฝนทาแผล รักษาแผลอักเสบ เป็นหนอง
2. ฝักหรือผลสุก นำมารับประทาน ช่วยบำรุงร่างกาย
3. ใบนำใบสดมาต้มน้ำดื่ม หรือตากแห้งใช้ชงเป็นชาดื่ม ช่วยรักษาโรคท้องร่วง
4. เปลือกต้น มีรสฝาด นำมาต้มน้ำดื่มรักษาโรคท้องเสีย ท้องร่วง แก้ริดสีดวงทวารหนัก ใช้ฝนหรือบดทารักษาแผล แผลติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ใช้รักษาแก้โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน นำมาเคี้ยวช่วยลดอาการเหงือกบวม แก้ปวดฟัน
5. เมล็ด มีรสฝาด นำมาต้มน้ำดื่มรักษาโรคท้องเสีย ท้องร่วง ใช้ฝนหรือบดทารักษาแผล แผลติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ใช้รักษาแก้โรคผิวหนัง กลาก เกลื้อน

Posted on

ต้นจามจุรี หรือต้นฉำฉา ( Rain tree )

ต้นจามจุรี?เรารู้จักกันในชื่อต้นฉำฉา หรือ ต้นก้ามปู (Rain tree) เป็นไม้เศรษฐกิจโตเร็วที่ให้เยื่อและเนื้อไม้ชนิดหนึ่ง นอกจากนั้น เป็นไม้ที่มีกิ่งก้านยาว ปลายกิ่งแตกกิ่งจำนวนมาก ใบมีขนาดเล็กแต่ดก จนมีลักษณะเป็นทรงพุ่มให้ร่มเงาได้มาก

ต้นจามจุรีมีชื่อวิทยาศาสตร์ Samanca Saman (Jacq) Merr. เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีอายุได้นานเป็นร้อยปี มีลำต้นสูงได้มากกว่า 25 เมตร และมีขนาดทรงพุ่มกว้่างได้มากกว่า 25 เมตร มักพบทั่วไปตามข้างถนน หัวไร่ ปลายนา และตามสถานที่ราชการต่างๆ นิยมปลูกเพื่อให้ร่มเงาจากเรือนยอดที่แผ่กว้าง การให้เนื้อไม้สำหรับทำเครื่องเรือนเนื่องจากมีลวดลายสวย และการปลูกเพื่อเลี้ยงครั่งเป็นหลัก

ประวัติต้นจามจุรี
ต้นจามจุรีมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ถูกนำเข้ามาปลูกครั้งแรกในประเทศไทยจากประเทศพม่า เมื่อประมาณปี 2443 (ค.ศ. 1900) โดยมิสเตอร์เอ็ชเสลด (Mr. H. Slade) ที่ตอนนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมป่าไม้คนแรกของไทย โดยนำไปทดลองปลูกตามข้างถนนของที่ทำการกรมป่าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ และบางส่วนได้นำไปปลูกที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งสมัยนั้นยังเรียกชื่อต้นจามจุรีว่า ?ต้นกิมบี้? นอกจากจามจุรีแดงและฉำฉาแล้ว ก้ามปูยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกตามแต่ละพื้นที่ ได้แก่ “ก้ามกราม” (กลาง), “ก้ามกุ้ง” (กทม., อุตรดิตถ์), “ตุ๊ดตู่” (ตราด), “ลัง” (เหนือ), “สารสา” (เหนือ), “สำสา” (เหนือ) และ “เส่คุ่” (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
1. ราก และลำต้น 😕รากจามจุรีมีระบบเป็นรากแก้วและแตกรากแขนงออกด้านข้าง รากแขนงมักแทงออกตามแนวนอนขนานกับผิวดินในระดับตื้นที่อาจยาวได้มากกว่า 10 เมตร เพื่อเป็นฐานพยุงลำต้นที่มีลักษณะทรงพุ่มกว้างใหญ่

ลำต้นมีลักษณะค่อนข้างกลมไม่สมมาตร แตกกิ่งในระดับต่ำประมาณ 3-5 เมตร กิ่งประกอบด้วยกิ่งหลักและกิ่งแขนง เปลือกลำต้นของต้นอ่อนมีสีขาวเทา เมื่อต้นแก่จะมีสีดำเป็นแผ่นสะเก็ด กิ่งอ่อนมีสีขาวเทา กิ่งแก่มีสีน้ำตาล

2. ใบ : ใบมีลักษณะเป็นใบประกอบแบบขนนก โคนใบเล็กปลายใบมนกว้าง ประกอบด้วยก้านใบหลักและก้านใบย่อย โดยก้านใบหลักจะแทงออกบริเวณปลายกิ่งเรียงสลับข้างกัน ก้านใบหลัก 1 ก้านมีก้านใบย่อยประมาณ 4-6 คู่ แต่ละคู่อยู่ตรงข้ามกันบนก้านใบ ก้านใบแต่ละคู่มีจำนวนใบย่อยแตกต่างกัน ก้านคู่แรกจะมีจำนวนใบย่อยน้อยที่สุด 2-3 คู่ใบย่อย ส่วนก้านใบย่อยคู่ที่ 3-5 จะมีใบย่อยประมาณ 5-6 คู่ ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อน ใบแก่มีสีเขียวเข้ม สีเหลือง และสีน้ำตาลตามลำดับจนถึงระยะร่วงของใบ ใบจะแตกออกบริเวณกิ่งแขนงบริเวณปลายยอด ไม่พบใบที่กิ่งหลัก

3. ดอก : ดอกจามจุรีเป็นดอกสมบูรณ์เพศที่มีดอกตัวผู และดอกตัวเมียในต้นเดียวกัน ดอกออกเป็นช่อแทงออกบริเวณปลายกิ่งเหนือซอกใบ มีก้านช่อดอกยาว กลีบดอกสั้นเล็กสีเหลือง เมื่อดอกบานจะแตกก้านเกสรออกมาให้เห็นเป็นสีสวยงามประกอบด้วยเกสรตัวผู้ที่เป็นเส้นยาวจำนวนมาก เมื่อดอกบานเกสรจะมีสีขาวและเมื่อแก่ปลายเกสรจะมีสีชมพูสวยงาม

4. ผลหรือฝัก : ผลมีลักษณะเป็นฝักรูปทรงแบนยาวคล้ายฝักถั่ว ฝักอ่อนมีสีเขียว ฝักแก่มีสีน้ำตาลจนถึงดำเมื่อฝักสุก ฝักแก่กว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ขอบฝักเป็นแนวตรงเสมอกันและมีเส้นสีเหลืองตามขอบ ร่องฝักนูนบริเวณที่มีเมล็ดและถูกหุ้มด้วยเนื้อผลสีน้ำตาล และช่วงระหว่างเมล็ดเป็นร่องที่ประกอบด้วยเนื้อสีน้ำตาลเช่นกัน เนื้อผลจามจุรีมีรสหอม และหวานมากสามารถนำมารับประทานได้